Forza Horizon 5 กับ Forza Motorsport ต่างกันอย่างไร เลือกเกมให้ตรงสไตล์การแข่ง

Forza Horizon 5 กับ Forza Motorsport ต่างกันอย่างไร เลือกเกมให้ตรงสไตล์การแข่ง

ชื่อ Forza เหมือนกัน แต่ Forza Horizon 5 กับ Forza Motorsport ชวนให้เราใช้เวลากับรถคนละแบบ Horizon เปิดทางให้ขับเที่ยวในโลกกว้าง แวะทำกิจกรรม แล้วค่อยเลือกว่าจะไปไหนต่อ ส่วน Motorsport พากลับมาที่สนามเซอร์กิต ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้รถ จังหวะเข้าโค้ง และการแข่งขันเป็นรอบ ๆ

ความต่างนี้ไม่ใช่เส้นแบ่งระหว่างเกมสำหรับมือใหม่กับเกมสำหรับคนขับเก่ง ทั้งสองเกมให้ความสำคัญกับการเข้าถึงของผู้เล่น คำถามที่น่าใช้เลือกมากกว่าคือ หลังเปิดเกมแล้วคุณอยากออกเดินทางไปเจออะไรใหม่ ๆ หรืออยากกลับไปลงสนามเพื่อขับให้ดีขึ้นกว่าเดิม?

ประเด็นForza Horizon 5Forza Motorsport (2023)
รูปแบบหลักโลกเปิดในเม็กซิโก เน้นการเดินทาง สำรวจ และทำกิจกรรมหลายประเภทการแข่งขันในสนามเซอร์กิต เน้นการเรียนรู้รถและพัฒนาทักษะการขับ
ความก้าวหน้าสะสม Accolades แล้วเลือกเปิดส่วนต่าง ๆ ของเทศกาลผ่าน Horizon Adventureใน Builders Cup ใช้รถลงแข่งเป็นซีรีส์ เรียนรู้สนาม และพัฒนารถต่อไป
กิจกรรมเด่นแข่งบนถนน ทางฝุ่น ข้ามประเทศ ทำ PR Stunts และขับสำรวจเล่น Career แข่งออนไลน์ สร้างการแข่งขันเอง หรือทำเวลาเทียบลีดเดอร์บอร์ด

Forza Horizon 5: การแข่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง

โลกเปิดของ Forza Horizon 5 อยู่ในเม็กซิโก มีภูมิประเทศตั้งแต่ทะเลทราย ป่าทึบ ไปจนถึงภูเขาไฟ สิ่งที่อยู่ระหว่างการแข่งขันจึงไม่ใช่แค่ฉากหลัง ผู้เล่นขับไปตามแผนที่ ออกทำ Expeditions และภารกิจ Horizon Story เพื่อขยายเทศกาล Horizon แทนที่จะเลือกสนามจากรายการแล้ววนอยู่กับการแข่งขันอย่างเดียว

กิจกรรมแต่ละกลุ่มก็พาไปคนละอารมณ์ Road Racing เชื่อมกับ Horizon Apex, Dirt Racing อยู่ฝั่ง Horizon Wilds, Cross Country เป็นส่วนของ Horizon Baja, PR Stunts อยู่กับ Horizon Rush และ Street Racing เชื่อมกับ Horizon Street Scene แต่ละกลุ่มมี Expedition สำหรับเปิดกิจกรรมของตัวเอง คนที่อยากเปลี่ยนจากถนนไปลุยทางฝุ่น หรือพักจากการแข่งเพื่อทำความเร็วและดริฟต์ จึงมีเป้าหมายให้สลับไปทำ

ความก้าวหน้าหลักผูกกับ Accolades ที่ได้จากการแข่งขันและกิจกรรม เมื่อสะสมได้เพียงพอ ก็เข้าเมนู Horizon Adventure เพื่อเลือกว่าจะปลดล็อกส่วนไหนของเทศกาลต่อ แล้วทำ Expedition ที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดกิจกรรมเพิ่มเติมบนแผนที่ จุดน่าสนใจคือเกมให้เลือกทิศทางการขยายเทศกาล ไม่ได้มีเพียงรายการแข่งเส้นเดียวที่ต้องไล่ทำตามลำดับ

เป้าหมายระหว่างทางยังมีทั้ง PR Stunts, Speed Traps, Speed Zones และ Drift Zones ซึ่งให้ Accolade Points ได้ ผู้เล่นสามารถปักหมุด Accolade เพื่อแสดงเงื่อนไขระหว่างขับแบบ Free Roam ได้ด้วย การออกไปขับเล่นจึงอาจมีโจทย์เล็ก ๆ ติดไปด้วย โดยไม่ต้องตั้งต้นจากการแข่งขันเต็มรายการทุกครั้ง

ส่วนการแต่งรถไม่ได้หยุดอยู่ที่รูปลักษณ์ Horizon Test Track เปิดให้ปรับแต่งรถแบบเรียลไทม์แล้วทดลองขับดูผลของการดัดแปลง เมื่อพอใจกับชุดแต่งจึงบันทึกเพื่อซื้อชิ้นส่วนที่จำเป็น หรือยกเลิกชุดแต่งเพื่อเก็บ Credits ไว้ นี่เป็นพื้นที่สำหรับลองดูว่ารถเปลี่ยนไปอย่างไร ก่อนตัดสินใจจ่ายกับชุดแต่งนั้นจริง ๆ และเป็นตัวอย่างว่าความเป็นโลกเปิดของ Horizon ไม่ได้แปลว่าระบบเกี่ยวกับรถจะมีไว้แค่แต่งให้สวย

Forza Motorsport (2023): กลับมาที่รถ สนาม และแต่ละโค้ง

Forza Motorsport ที่นำมาเทียบในบทความนี้คือภาคปี 2023 วางจำหน่ายวันที่ 10 ตุลาคม 2023 บน Xbox Series X|S และ PC ผ่าน Microsoft Store กับ Steam เกมยึดการแข่งขันในสนามเซอร์กิตเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับรถแข่งและรถถนนสมัยใหม่ ทิศทางนี้ส่งผลตั้งแต่การเลือกรถ สนาม ฟิสิกส์ ไปจนถึง AI จึงเป็นความต่างที่ลึกกว่าการมองว่าเกมไหนมีภาพสวยกว่า

สำหรับการเล่นคนเดียว Builders Cup วางวงจรไว้รอบการเรียนรู้รถและสนาม เริ่มจาก Open Practice ตั้งค่าการแข่งขันผ่าน Challenge the Grid แล้วลงแข่ง ในแต่ละซีรีส์ผู้เล่นนำรถคันหนึ่งมาใช้และพัฒนาต่อ ผลการแข่งขันให้คะแนนสะสมของซีรีส์ รวมถึง Credits, Driver XP และ Car XP ความก้าวหน้าจึงผูกอยู่กับการใช้รถลงสนามอย่างต่อเนื่อง ต่างจากการสะสม Accolades เพื่อเลือกเปิดกิจกรรมบนแผนที่ของ Horizon

สิ่งที่ทำให้การฝึกมีรายละเอียดขึ้นคือ Track Mastery ซึ่งให้คะแนนการผ่านโค้งเทียบกับเวลาทางทฤษฎีที่เกมคำนวณสำหรับรถและการตั้งค่านั้น แสดงผลแบบ 10/10ths พร้อมให้ XP เพิ่มตามผลงาน แทนที่จะรอดูแค่อันดับตอนจบ ผู้เล่นมีข้อมูลย้อนกลับให้พิจารณาว่าแต่ละโค้งขับได้ดีแค่ไหน สำหรับคนที่ชอบค่อย ๆ แก้ไลน์และความเร็ว รายละเอียดระดับนี้อาจเป็นแรงดึงดูดสำคัญของ Motorsport

ถึงจะเน้นสนามและการฝึก แต่ประสบการณ์เล่นคนเดียวไม่ได้เข้มงวดแบบเดียวสำหรับทุกคน Challenge the Grid ให้เลือกตำแหน่งออกตัว ปรับความยากของ AI การตั้งค่าความเสียหาย และกติกาการแข่งขันได้ อีกทั้ง Update 5 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 ยังเพิ่ม Skip Practice ในเมนูก่อนแข่งของ Career พร้อมบันทึกสถานะหลังจบ Practice เพื่อให้เลือกเล่นซ้ำหรือข้ามเซสชันที่ทำเสร็จแล้วได้ จึงไม่จำเป็นต้องมองว่าการเล่น Motorsport หมายถึงการซ้อมครบทุกครั้งโดยไม่มีทางเลือก

ระบบแต่งรถและ Career เปลี่ยนไปจากวันเปิดตัวแล้ว

รายละเอียดที่ควรรู้เมื่ออ่านคำแนะนำเก่าคือ ระบบปลดล็อกชิ้นส่วนของ Motorsport เปลี่ยนไปหลัง Update 6 วันที่ 11 มีนาคม 2024 ชิ้นส่วนเพิ่มสมรรถนะทั้งหมดพร้อมใช้ตั้งแต่ Car Level 1 ไม่ต้องเพิ่มระดับรถเพื่อปลดล็อกชิ้นส่วนก่อนเหมือนช่วงเปิดตัว

แต่การเข้าถึงชิ้นส่วนไม่ได้หมายถึงติดตั้งได้ฟรี การติดตั้งยังใช้ Car Points โดยเลือกใช้ Credits ในเกมแลกได้ในอัตรา 4,500 Credits ต่อ 500 Car Points หรือจะขับเพิ่มระดับรถเพื่อรับ Car Points ตามเดิมก็ได้ ความต่างอยู่ที่ผู้เล่นไม่ต้องรอระดับรถเพื่อเข้าถึงชิ้นส่วน แต่ยังต้องจัดสรรทรัพยากรสำหรับชุดแต่งที่ต้องการ

Career ก็มีการขยายภายหลังเช่นกัน Update 21 วันที่ 16 มิถุนายน 2025 เพิ่ม Champions Cup แบบถาวร โดยเน้นรถแข่งสมัยใหม่และรถแข่งประวัติศาสตร์ พร้อมเปิด Builders Cup Tours ทั้งหมดทันทีโดยไม่ต้องจบ Modern Tour ก่อน หากจำภาพ Career จากช่วงวางจำหน่ายอย่างเดียว ก็อาจพลาดความเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้

เล่นกับคนอื่น: อยากร่วมกิจกรรมหรือมุ่งไปที่การแข่งขัน

Horizon 5 มีหลายวิธีให้ใช้เวลากับผู้เล่นอื่น Horizon Open เป็นกิจกรรมแข่งขันออนไลน์ ส่วน Horizon Tour ให้รวมกลุ่มแข่งแบบร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับ Drivatars และเดินทางเป็น Convoy ระหว่างการแข่งขัน ขณะที่ Horizon Arcade มีกิจกรรมและมินิเกมให้ทำร่วมกับคนอื่น ความน่าสนใจจึงไม่ได้มีแค่การเอาชนะผู้เล่นตรงหน้า แต่รวมถึงการขับไปด้วยกันและร่วมทำกิจกรรมด้วย

ฝั่ง Motorsport มี Featured Multiplayer สำหรับการแข่งขันออนไลน์ ส่วนคนที่อยากสร้างการแข่งขันเองมี Free Play และถ้าอยากวัดกันด้วยเวลา Rivals ก็เป็นพื้นที่สำหรับทำเวลาเทียบกับผู้เล่นบนลีดเดอร์บอร์ด ทั้งสามแบบยังยึดสนามเป็นศูนย์กลาง แต่เปิดให้เลือกว่าจะใช้เวลากับการแข่งออนไลน์ การจัดการแข่งขัน หรือการไล่ปรับเวลาของตัวเอง

ดังนั้นคำว่า “อยากเล่นกับเพื่อนหรือผู้เล่นอื่น” อย่างเดียวอาจยังไม่พอสำหรับเลือกเกม ต้องดูต่อว่าอยากร่วมกิจกรรมหลายรูปแบบ หรืออยากให้การพบกันนั้นมุ่งไปที่การแข่งขันในสนามเป็นหลัก

เลือกจากสิ่งที่อยากทำหลังเปิดเกม

ลองนึกถึงช่วงเวลาที่อยากใช้กับเกมแข่งรถ ไม่ต้องเริ่มจากการประเมินว่าตัวเองขับเก่งแค่ไหน เพราะสิ่งที่สองเกมนี้ให้น้ำหนักต่างกันคือรูปแบบและจังหวะการเล่น

  • อยากขับไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยเลือกว่าจะทำอะไร: Horizon 5 มีโลกเปิดให้สำรวจ ภารกิจ Horizon Story และกิจกรรมหลายประเภท การสะสม Accolades แล้วเลือกเปิดส่วนของเทศกาลผ่าน Horizon Adventure ก็สอดคล้องกับการค่อย ๆ หาแนวที่ตัวเองชอบ
  • อยากใช้เวลากับรถและสนามให้ละเอียดขึ้น: Motorsport มี Builders Cup ที่พาใช้รถลงแข่งเป็นซีรีส์ และ Track Mastery ที่ให้ข้อมูลการขับในแต่ละโค้ง เสน่ห์อยู่ที่การกลับมาพัฒนาการขับ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนไปเจอกิจกรรมใหม่
  • อยากสลับระหว่างแข่งกับร่วมมือทำกิจกรรม: Horizon มีทั้ง Horizon Open, Horizon Tour และ Horizon Arcade ส่วนคนที่ต้องการการแข่งขันออนไลน์ในสนามเป็นหลักควรมองไปที่ Featured Multiplayer ของ Motorsport
  • อยากจัดการแข่งขันเองหรือไล่ทำเวลา: Free Play และ Rivals ของ Motorsport เป็นตัวเลือกที่ตรงกับสองเป้าหมายนี้ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่สนใจคือเงื่อนไขการแข่งขันและเวลาบนลีดเดอร์บอร์ด มากกว่าการเดินทางในโลกเปิด

ส่วนคนที่ชอบทดลองแต่งรถ อย่าเพิ่งตัด Horizon ออกจากตัวเลือกเพียงเพราะบรรยากาศดูเน้นเที่ยวเล่น Horizon Test Track มีพื้นที่ให้ลองผลของการดัดแปลง ขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องเลี่ยง Motorsport เพราะคิดว่าต้องเล่นด้วยกติกาหนักที่สุดเสมอไป การตั้งค่าใน Challenge the Grid เปิดให้ปรับประสบการณ์เล่นคนเดียวได้หลายด้าน

ความต่างสำคัญไม่ใช่ใครขับเก่งกว่า แต่คืออยากขับแบบไหน

Forza Horizon 5 ใช้รถพาผู้เล่นออกไปพบภูมิประเทศ ภารกิจ และกิจกรรมทั่วเม็กซิโก ส่วน Forza Motorsport ภาคปี 2023 ใช้สนามเป็นพื้นที่ให้เรียนรู้รถ ฝึกการขับ และแข่งขัน ความสนุกของฝั่งหนึ่งอาจอยู่ที่การเลี้ยวออกไปหาอะไรทำต่อ ขณะที่อีกฝั่งอยู่ที่การกลับเข้าโค้งเดิมแล้วทำได้ดีขึ้น

เลือกจากภาพที่อยากกลับไปหาเวลาเปิดเกมได้เลย โลกเปิดกับสนามเซอร์กิตให้จังหวะที่ต่างกันชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าเกมหนึ่งเป็นขั้นเริ่มต้น และอีกเกมเป็นขั้นถัดไปของผู้เล่นแข่งรถทุกคน