เสน่ห์ของเกมทำฟาร์มบน Nintendo Switch คือจังหวะที่ไม่ต้องรีบเร่ง เริ่มจากปลูกพืช ดูแลสัตว์ หรือค่อย ๆ จัดพื้นที่เล็ก ๆ ให้กลายเป็นบ้านและฟาร์มในแบบที่ชอบ แล้วใช้เวลาไปกับกิจกรรมอื่นตามอารมณ์ เกมแนวนี้ไม่ได้มีแค่เป้าหมายให้ทำสำเร็จ แต่ชวนให้ผู้เล่นอยู่กับบรรยากาศและชีวิตประจำวันในโลกของเกม
Wylde Flowers และ Fae Farm มีทั้งการดูแลฟาร์มและกิจกรรมใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่พาไปคนละโลก Wylde Flowers เป็นเกาะชนบทที่เล่าเรื่องครอบครัวควบคู่กับเวทมนตร์ ส่วน Fae Farm อยู่ใน Azoria โลกแฟนตาซีที่เน้นการสร้างบ้านและพัฒนาฟาร์ม
สองบรรยากาศของเกมทำฟาร์มบน Nintendo Switch
เกมทำฟาร์มไม่ได้มีแค่การเก็บเกี่ยวผลผลิต ความเพลิดเพลินมักอยู่ในเรื่องเล็ก ๆ ของแต่ละวันว่าจะดูแลแปลงผัก ตกปลา คราฟต์ของ หรือออกไปพบผู้คนในพื้นที่ การตัดสินใจเหล่านี้ทำให้ฟาร์มและชีวิตในเกมค่อย ๆ มีลักษณะเฉพาะของผู้เล่นแต่ละคน
ทั้งสองเกมมีองค์ประกอบการใช้ชีวิตและทำฟาร์มเหมือนกัน แต่จุดตั้งต้นต่างกันชัดเจน Wylde Flowers เริ่มจากการไปช่วยดูแลฟาร์มของครอบครัวบนเกาะชนบท ขณะที่ Fae Farm เปิดพื้นที่ให้สร้างบ้านและพัฒนาฟาร์มในโลกแฟนตาซี Azoria
Wylde Flowers: ฟาร์มของครอบครัวและชีวิตใหม่ของ Tara
ใน Wylde Flowers ผู้เล่นรับบท Tara ที่ย้ายไปอยู่บนเกาะชนบทเพื่อช่วยดูแลฟาร์มของครอบครัว ฟาร์มจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ปลูกผัก แต่ผูกอยู่กับการปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่และชุมชนรอบตัว
กิจวัตรมีตั้งแต่ปลูกพืช ดูแลสัตว์ ตกปลา ไปจนถึงคราฟต์ของ ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันอยู่กับแปลงปลูก จะออกไปตกปลาหรือทำของก็ได้ ทำให้ภาพของฟาร์มในเกมดูเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากกว่าระบบที่แยกออกมาเดี่ยว ๆ
พอกลางคืน เวทมนตร์เข้ามาเป็นอีกด้านของชีวิตบนเกาะ
ความต่างของ Wylde Flowers อยู่ที่ช่วงกลางคืน ซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อปิดวันเท่านั้น แต่เป็นเวลาของเวทมนตร์และการปรุงยา กลางวันยังคงเป็นชีวิตฟาร์มแบบชนบท ทั้งการดูแลสัตว์ ตกปลา และคราฟต์ของ ก่อนที่บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเมื่อฟ้ามืด
การสลับระหว่างสองด้านนี้ทำให้เกมมีทั้งความเรียบง่ายของชีวิตชนบทและความลึกลับของโลกเวทมนตร์อยู่ในเกมเดียวกัน
Fae Farm: สร้างบ้านและฟาร์มใน Azoria
Fae Farm พาไปยัง Azoria โลกแฟนตาซีที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านและพัฒนาพื้นที่ฟาร์ม ความรู้สึกหลักจึงอยู่ที่การค่อย ๆ ทำให้บ้านและฟาร์มกลายเป็นพื้นที่ของตัวเอง
ต่างจาก Wylde Flowers ที่วางเรื่องของ Tara ไว้เป็นแกน Fae Farm ให้น้ำหนักกับการสร้างและปรับพื้นที่ใน Azoria มากกว่า บ้านกับฟาร์มไม่ได้เป็นแค่จุดทำกิจกรรม แต่เป็นส่วนที่ผู้เล่นพัฒนาต่อไปตามรูปแบบการเล่นของตัวเอง
ไม่ต้องรีบเดินเรื่องตามปฏิทิน
เนื้อเรื่องของ Fae Farm ไม่ผูกกับปฏิทินภายในเกม จึงจัดเวลาเล่นได้ยืดหยุ่นขึ้น วันหนึ่งอาจตกแต่งบ้าน อีกวันหันไปดูแลฟาร์ม หรือออกไปทำกิจกรรมอื่นใน Azoria แล้วค่อยกลับมาทำสิ่งที่ค้างไว้
นอกเหนือจากการพัฒนาฟาร์ม ยังมีการดูแลสัตว์ คราฟต์ ทำอาหาร และสร้างความสัมพันธ์กับชาวเมือง ทรัพยากรที่ได้จากการเล่นจึงนำไปต่อยอดได้หลายทาง ขณะที่ชุมชนรอบตัวก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใน Azoria
Wylde Flowers กับ Fae Farm ต่างกันอย่างไร
| เกม | บรรยากาศและโลก | กิจกรรมเด่นตามข้อมูลเกม |
|---|---|---|
| Wylde Flowers | เกาะชนบท เรื่องราวของ Tara และฟาร์มของครอบครัว | ปลูกพืช ดูแลสัตว์ ตกปลา คราฟต์ของ รวมถึงเวทมนตร์และการปรุงยาในช่วงกลางคืน |
| Fae Farm | โลกแฟนตาซี Azoria พร้อมการสร้างบ้านและพัฒนาฟาร์ม | ดูแลฟาร์ม เลี้ยงสัตว์ คราฟต์ ทำอาหาร และสร้างความสัมพันธ์กับชาวเมือง โดยเล่นตามจังหวะของตัวเอง |
Wylde Flowers ใช้ฟาร์มบนเกาะชนบทเป็นศูนย์กลางของเรื่องราว Tara แล้วเติมเวทมนตร์เข้ามาในช่วงกลางคืน จึงมีอารมณ์เหมือนชีวิตประจำวันค่อย ๆ เผยอีกด้านที่ซ่อนอยู่
ส่วน Fae Farm ตั้งอยู่บนโลกแฟนตาซี Azoria และเน้นการสร้างบ้านกับพัฒนาฟาร์ม โดยไม่ผูกเนื้อเรื่องไว้กับปฏิทินภายในเกมมากนัก กิจกรรมอย่างทำอาหาร คราฟต์ ดูแลสัตว์ และสร้างความสัมพันธ์กับชาวเมืองทำให้การใช้ชีวิตในโลกนี้มีหลายมุม
คนที่อยากดูแลฟาร์มบนเกาะชนบทพร้อมเรื่องราวตัวละครและเวทมนตร์ยามค่ำคืนอาจเอนเอียงไปทาง Wylde Flowers ขณะที่ Fae Farm เด่นในเรื่องการสร้างบ้าน พัฒนาฟาร์ม และใช้เวลาในโลกแฟนตาซีตามจังหวะของตัวเอง




