เสน่ห์ของเกม Open World ไม่ได้วัดกันแค่ขนาดแผนที่ แต่อยู่ที่ความรู้สึกระหว่างเดินทางด้วย บางเกมทำให้การขี่ม้าข้ามทุ่งกลายเป็นช่วงเวลาน่าจดจำ บางเกมบังคับให้เราอ่านภูมิประเทศและคิดเรื่องเส้นทาง ขณะที่อีกหลายเกมใช้ธรรมชาติ ซากอารยธรรม หรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ดึงให้เราออกนอกทางหลัก
เกมทั้ง 4 เกมในรายชื่อนี้มีพื้นที่กว้างให้สำรวจ แต่ให้อารมณ์ต่างกันชัดเจน ตั้งแต่เส้นทางรอบภูเขาและทุ่งดอกไม้ ไปจนถึงโลกที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด รวมถึงดินแดนแฟนตาซีและอเมริกาแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศหลากหลาย
Ghost of Yōtei เดินทางจากทุ่งดอกไม้สู่แนวหิมะ
Ghost of Yōtei เปิดพื้นที่รอบภูเขา Yōtei ให้ผู้เล่นออกสำรวจ ภูมิประเทศค่อย ๆ เปลี่ยนจากทุ่งดอกไม้ไปสู่สันเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทำให้แต่ละช่วงของการเดินทางมีภาพและบรรยากาศต่างกัน ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนจากจุดหนึ่งบนแผนที่ไปยังอีกจุด
การเดินทางทำได้ทั้งด้วยเท้าและบนหลังม้า จะเร่งผ่านพื้นที่เปิดหรือค่อย ๆ ดูรายละเอียดระหว่างทางก็เลือกได้ตามจังหวะของตัวเอง ภายในโลกยังมีกิจกรรมเสริมที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความสามารถแทรกอยู่ตามเส้นทางด้วย
PlayStation จัดเกมนี้อยู่ในกลุ่ม Open World และระบุแพลตฟอร์มเป็น PS5 ภาพการเดินทางผ่านพื้นที่ซึ่งไล่ระดับจากทุ่งโล่งไปถึงเขตหนาวจึงเป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดของเกม
Death Stranding 2: On the Beach เส้นทางที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ใน Death Stranding 2: On the Beach ภูมิประเทศไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงฉากหลัง โลก Open World ขนาดใหญ่เชื่อมพื้นที่หลายแบบเข้าด้วยกัน ขณะที่เวลา สภาพอากาศ และธรรมชาติซึ่งเปลี่ยนแปลงสามารถสร้างทั้งทิวทัศน์และอุปสรรคระหว่างทาง
การไปให้ถึงปลายทางจึงไม่ใช่แค่เปิดแผนที่แล้วลากเส้นตรง ผู้เล่นต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คงที่ ทำให้ตัวเส้นทางมีความสำคัญพอ ๆ กับจุดหมาย นี่คือความต่างสำคัญเมื่อเทียบกับเกมที่เน้นค้นหาสถานที่หรือชมความหลากหลายของภูมิประเทศเป็นหลัก
เกมนี้อยู่ในรายชื่อเกม Open World สำหรับ PS5 ของ PlayStation และวางความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติไว้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางโดยตรง
Elden Ring โลกแฟนตาซีที่ชวนมองเลยขอบฟ้า
Elden Ring พาผู้เล่นเข้าสู่ Lands Between ดินแดนที่รวมทุ่งหญ้า หนองน้ำ ภูเขา ปราสาท และสถานที่ขนาดใหญ่อื่น ๆ ไว้ในโลกเดียว หลายพื้นที่เปิดมุมมองให้เห็นจุดหมายเด่นอยู่ไกลออกไป จนชวนให้เปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปดูว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ผู้เล่นสำรวจได้ทั้งด้วยเท้าและบนหลังม้า การขี่ม้าเข้ากับช่วงเดินทางไกลผ่านพื้นที่กว้าง ส่วนการลงเดินเปิดโอกาสให้เข้าไปดูรายละเอียดตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ใกล้ขึ้น จังหวะของเกมจึงสลับระหว่างการมุ่งหน้าไปข้างหน้าและการหยุดแวะตามสิ่งที่พบระหว่างทาง
PlayStation ระบุว่า Elden Ring รองรับทั้ง PS4 และ PS5 พร้อมจัดไว้ในกลุ่มเกม Open World จุดเด่นสำหรับคนชอบสำรวจอยู่ที่การร้อยภูมิประเทศหลายลักษณะเข้าด้วยกัน โดยมีสถานที่ขนาดใหญ่คอยดึงสายตาอยู่ตลอดการเดินทาง
Horizon Forbidden West ธรรมชาติและซากเมืองในโลกอนาคต
Horizon Forbidden West เป็นเกมแอ็กชัน RPG ผจญภัยในโลกกว้างของอเมริกาแห่งอนาคต พื้นที่สำรวจครอบคลุมทั้งป่าชอุ่ม ภูเขาสูง และซากเมืองที่จมอยู่ใต้น้ำ จึงไม่ได้ผูกภาพของโลกไว้กับภูมิประเทศเพียงแบบเดียว
ความน่าสนใจอยู่ที่การนำธรรมชาติมาวางคู่กับร่องรอยของเมือง ป่าและภูเขาให้ความรู้สึกกว้างใหญ่แบบโลกภายนอก ส่วนซากเมืองใต้น้ำเปลี่ยนบรรยากาศของการสำรวจไปอีกทาง ความต่างของสถานที่เหล่านี้ทำให้การเดินทางในเกมเดียวมีหลายอารมณ์
ตัวเกมรองรับ PS5, PS4 และ PC และอยู่ในรายชื่อเกม Open World ของ PlayStation เช่นกัน
แต่ละโลกให้น้ำหนักกับการสำรวจไม่เหมือนกัน
ถ้าชอบเดินหรือขี่ม้าชมภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนจากพื้นที่เปิดไปสู่แนวเขา Ghost of Yōtei และ Elden Ring มีภาพของการเดินทางลักษณะนี้เด่นชัด แต่ Lands Between จะเพิ่มหนองน้ำ ปราสาท และสถานที่ขนาดใหญ่เข้ามาในเส้นทางด้วย
Death Stranding 2: On the Beach ต่างออกไปตรงที่เวลา สภาพอากาศ และธรรมชาติมีผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ส่วน Horizon Forbidden West เน้นความหลากหลายของอเมริกาแห่งอนาคต ตั้งแต่ป่าชอุ่มและภูเขาสูงไปจนถึงซากเมืองใต้น้ำ
ทั้งสี่เกมต่างเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเลือกทิศทางของตัวเอง และหลายครั้ง สิ่งที่น่าจดจำที่สุดก็ไม่ใช่หมุดปลายทาง แต่เป็นสถานที่ที่บังเอิญพบเมื่อยอมออกนอกเส้นทางหลัก




