เสน่ห์ของเกมสำรวจแบบ Metroidvania ไม่ได้อยู่แค่การเดินทางไปให้ถึงปลายทาง แต่อยู่ที่การกลับไปมองพื้นที่เดิมด้วยความสามารถหรือความเข้าใจที่เปลี่ยนไป กำแพงที่เคยปีนไม่ไหว ช่องว่างที่เคยข้ามไม่ได้ หรือมุมที่ดูเหมือนไม่มีทางไปต่อ อาจกลายเป็นเส้นทางใหม่เมื่อมีเครื่องมือที่ใช้ผ่านไปได้
เกม Metroidvania บน PC ทั้งสามเกมนี้ใช้แนวคิดดังกล่าวคนละแบบ Hollow Knight เพิ่มทางเลือกในการเคลื่อนที่ผ่านโลกที่เชื่อมต่อกัน ส่วน Ori and the Will of the Wisps ให้ความสามารถใหม่พาเคลื่อนผ่านสภาพแวดล้อมที่เคยเป็นสิ่งกีดขวาง ขณะที่ ANIMAL WELL ชวนให้ทดลองใช้สิ่งของและเรียนรู้พื้นที่อย่างละเอียด ทั้งสามเกมมีเวอร์ชัน PC บน Steam
Hollow Knight: ความสามารถที่เปลี่ยนวิธีเดินทางใน Hallownest
โลกของ Hollow Knight ประกอบด้วยถ้ำ เมืองร้าง และเส้นทางเก่าที่เชื่อมถึงกัน ผู้เล่นเลือกสำรวจ Hallownest ได้หลายทาง แทนที่จะต้องเดินตามเส้นทางเดียวตลอดเกม ความสามารถใหม่จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มพลังให้ตัวละคร เพราะเปลี่ยนทั้งระยะทางและระดับความสูงที่เดินทางไปถึงได้
Mantis Claw ทำให้กระโดดออกจากกำแพงเพื่อขึ้นไปยังที่สูง ส่วน Monarch Wings เพิ่มการกระโดดกลางอากาศอีกครั้ง ขอบหรือแท่นสูงที่เคยกระโดดไม่ถึงจึงอาจกลายเป็นทางผ่านเมื่อมีความสามารถเหล่านี้ การสำรวจไม่ได้แปลว่าเดินหน้าอย่างเดียว บางครั้งการกลับไปยังบริเวณที่คุ้นเคยก็ทำให้เห็นทางที่ก่อนหน้านี้ยังเข้าไม่ถึง
Crystal Heart เปลี่ยนการเดินทางในอีกลักษณะหนึ่ง โดยใช้พุ่งข้ามช่องว่างขนาดใหญ่และผ่านช่วงที่มีอันตราย ขณะที่ Isma's Tear ทำให้ว่ายในกรดโดยไม่เสียพลังชีวิต เปิดทางเชื่อมบางเส้นทางที่กรดเคยขวางไว้ เช่น ทางเข้า Fog Canyon จาก Forgotten Crossroads หรือ Fungal Wastes รวมถึงทางจาก Fog Canyon ไป Queen's Gardens สิ่งที่ต้องสังเกตระหว่างสำรวจจึงต่างกันไป บางจุดเป็นกำแพงให้ปีน บางจุดต้องอาศัยระยะพุ่ง และบางจุดมีกรดขวางทางอยู่
ท่ามกลางเส้นทางคดเคี้ยว เครื่องมือช่วยติดตามพื้นที่ก็มีบทบาท เกมมีแผนที่ เข็มทิศ ปากกาขนนก และหมุดที่ซื้อได้ไว้ช่วยทำความเข้าใจว่าบริเวณที่เดินผ่านเชื่อมต่อกันอย่างไร เสน่ห์ของการสำรวจ Hallownest จึงอยู่ทั้งที่การได้ท่าเคลื่อนที่ใหม่และการค่อย ๆ ต่อภาพของโลกให้ชัดขึ้น
Ori and the Will of the Wisps: มุดทราย เกี่ยวจุด และพุ่งขึ้นจากน้ำ
ใน Ori and the Will of the Wisps ความสามารถใหม่หลายอย่างผูกกับสภาพแวดล้อมโดยตรง Burrow ซึ่งได้จาก Windswept Wastes ทำให้ Ori เคลื่อนผ่านทรายได้ พื้นที่ที่ทรายเคยกั้นจึงไม่ใช่ทางตันอีกต่อไป และการมุดแล้วพุ่งออกจากทรายขึ้นสู่อากาศยังพาไปถึงบริเวณที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วย
Grapple ใช้ยึดกับจุดเกี่ยวและมอสเพื่อพาตัวละครไปยังพื้นที่ที่ปกติเข้าไม่ถึง สิ่งที่อยู่ตามฉากจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง ไม่ใช่แค่ฉากหลังให้ผ่านไป ส่วน Swim Dash ใช้พุ่งใต้น้ำ และเมื่อพุ่งออกจากน้ำก็ส่งตัว Ori ขึ้นสู่อากาศได้ การสำรวจจึงต้องมองทั้งตำแหน่งจุดเกี่ยว พื้นทราย และทางน้ำ แล้วเลือกใช้การเคลื่อนที่ให้เข้ากับบริเวณนั้น
ความน่าสนใจอยู่ที่ความสามารถแต่ละอย่างเปิดทางผ่านพื้นที่คนละชนิด ผู้เล่นไม่ได้แค่มีท่าเคลื่อนที่เพิ่ม แต่ยังได้วิธีมองฉากแบบใหม่ด้วย ทรายหรือแหล่งน้ำที่พบระหว่างทางอาจเป็นเส้นทางที่ยังใช้ไม่ได้ในตอนแรก พอมีทักษะที่ใช้กับมันได้ ภาพของทางไปต่อก็เปลี่ยนไป
ANIMAL WELL: ใช้สิ่งของให้เป็น แล้วพื้นที่เดิมจะเปลี่ยนไป
ANIMAL WELL ให้สำรวจเขาวงกตที่เชื่อมต่อกันแบบไม่เป็นเส้นตรง พร้อมเก็บสิ่งของที่เปลี่ยนวิธีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม จุดสำคัญไม่ใช่แค่การได้เครื่องมือชิ้นใหม่ แต่รวมถึงการค้นพบว่าของที่มีอยู่ทำอะไรได้บ้าง ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้พื้นที่คุ้นเคยมีทางไปต่อที่ไม่เคยนึกถึง
Bubble Wand สร้างฟองที่ยืนเป็นแท่นได้ จึงใช้ขึ้นไปยังตำแหน่งสูงที่การกระโดดตามปกติไปไม่ถึง ส่วน Disc ใช้กดปุ่มที่อยู่ในจุดเข้าถึงยาก ทำลายวัตถุบางอย่าง และให้ผู้เล่นกระโดดขึ้นไปขี่ได้ด้วย เครื่องมือชิ้นเดียวจึงทำหน้าที่ได้มากกว่าหนึ่งแบบ ทั้งแก้ปริศนาและพาผ่านฉาก
การกลับไปยังพื้นที่เดิมอาจนำไปสู่การค้นพบใหม่เมื่อผู้เล่นมีความสามารถเพิ่มขึ้น หรือเข้าใจวิธีใช้สิ่งที่พบมากกว่าเดิม อีกส่วนที่ต้องคำนึงถึงคือสัตว์ซึ่งตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ผู้เล่นอาจต้องอาศัยพวกมันหรือหาทางหลบผ่านเพื่อไปยังจุดหมาย ระหว่างสำรวจยังอาจพบทางลับที่เปิดพื้นที่ใหม่ได้ด้วย
ถ้ามองจากมุมคนที่ชอบแกะรายละเอียด เสน่ห์ของแนวทางนี้คือการค้นพบไม่จำเป็นต้องเริ่มจากของชิ้นใหม่เสมอไป การสังเกตและทดลองกับสิ่งที่มีอยู่ก็น่าติดตามได้เช่นกัน บางครั้งสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ตัวฉาก แต่เป็นสิ่งที่ผู้เล่นรู้ว่าสามารถทำกับฉากนั้นได้
สามวิธีเปิดเส้นทางสำรวจที่แตกต่างกัน
ทั้งสามเกมทำให้การกลับไปสำรวจมีเหตุผล แต่สิ่งที่ผู้เล่นต้องเรียนรู้ระหว่างทางไม่เหมือนกัน
- Hollow Knight เปิดทางด้วยความสามารถด้านการเคลื่อนที่ เช่น กระโดดจากกำแพง กระโดดกลางอากาศ พุ่งข้ามช่องว่าง และว่ายผ่านกรด พร้อมเครื่องมือช่วยติดตามแผนที่ของโลกที่เชื่อมต่อกัน
- Ori and the Will of the Wisps เชื่อมทักษะเข้ากับพื้นผิวและสภาพแวดล้อมโดยตรง ทั้งการมุดทราย การเกี่ยวจุดต่าง ๆ และการพุ่งใต้น้ำเพื่อส่งตัวขึ้นสู่อากาศ
- ANIMAL WELL เน้นสิ่งของที่ใช้ได้หลายหน้าที่และการเรียนรู้ปฏิสัมพันธ์ในพื้นที่ การกลับไปยังจุดเดิมจึงอาจเปิดโอกาสใหม่ แม้สิ่งที่เปลี่ยนจะเป็นความเข้าใจของผู้เล่นเอง
ถ้าชอบเห็นความเปลี่ยนแปลงชัด ๆ ผ่านระยะทางและความสูงที่ไปถึงได้ Hollow Knight กับ Ori and the Will of the Wisps มีตัวอย่างน่าสนใจว่าทักษะการเคลื่อนที่เปิดทางอย่างไร ส่วน ANIMAL WELL ชวนให้สนุกกับการทดลองและตีความสภาพแวดล้อมมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องว่าเกมไหนสำรวจได้ดีกว่า แต่เป็นความสนุกคนละแบบระหว่างการได้ความสามารถที่รออยู่ กับการเพิ่งนึกออกว่าของในมือใช้ทำอะไรได้อีก




