เกม Roguelike จัดเด็คบน PC ตั้งแต่การอ่านท่าศัตรูถึงการตั้งยูนิตเป็นชั้น

เกม Roguelike จัดเด็คบน PC ตั้งแต่การอ่านท่าศัตรูถึงการตั้งยูนิตเป็นชั้น

เกม Roguelike จัดเด็คบน PC ไม่ได้ให้ตัดสินใจแค่ว่าการ์ดใบไหนแรงกว่า แต่ละเกมมีโจทย์ให้ผู้เล่นคิดต่างกัน บางเกมเผยท่าถัดไปของศัตรูให้เลือกว่าจะโจมตีหรือป้องกัน บางเกมให้จัดยูนิตรับมือศัตรูบนสนามหลายชั้น ส่วนอีกเกมจำกัดจำนวนการ์ดที่เล่นได้ในแต่ละเทิร์น แม้จะใช้เด็คเป็นเครื่องมือหลักในการต่อสู้เหมือนกัน วิธีวางแผนกลับต่างกันไม่น้อย

Slay the Spire, Monster Train และ Wildfrost เป็นสามตัวอย่างที่เห็นความต่างนี้ได้ชัด ลองดูว่าแต่ละเกมให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ตั้งแต่การเลือกการ์ดในมือไปจนถึงการปรับเด็คระหว่างทาง

Slay the Spire: เห็นท่าศัตรูก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะรับมืออย่างไร

ใน Slay the Spire ศัตรูแสดงเจตนาที่กำลังจะทำไว้เหนือศีรษะ เช่น เตรียมโจมตี ป้องกัน เพิ่มพลัง หรือสร้างผลเสียให้ผู้เล่น ตามที่รีวิวของ PCGamesN อธิบายไว้ การเลือกการ์ดในเทิร์นจึงไม่ได้มีแค่การคิดว่าจะสร้างความเสียหายได้เท่าไร แต่ต้องเทียบกับสิ่งที่ศัตรูกำลังจะทำด้วย

การ์ดพื้นฐานมีหน้าที่ตรงไปตรงมา: การ์ดโจมตีใช้สร้างความเสียหาย ส่วนการ์ดป้องกันใช้บล็อกความเสียหายจากการโจมตี เมื่อเห็นว่าศัตรูเตรียมลงมือ การใช้การ์ดป้องกันอาจตอบโจทย์กว่าการเร่งโจมตี แต่ถ้าศัตรูกำลังจะเพิ่มพลังหรือป้องกัน ผู้เล่นก็มีสถานการณ์อีกแบบให้ชั่งน้ำหนัก สัญญาณเหนือหัวศัตรูจึงไม่ใช่แค่รายละเอียดประกอบฉาก แต่เป็นข้อมูลที่ต้องนำมาอ่านคู่กับการ์ดในมือ

หลังชนะศัตรูทั่วไป ผู้เล่นจะได้รับทองและตัวเลือกการ์ดสามใบให้เลือกเพิ่มเข้าเด็คหนึ่งใบ ตรงนี้เป็นการคิดต่อจากการต่อสู้ที่เพิ่งจบไป เพราะการ์ดที่รับมาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลือกในภายหลังด้วย ใบที่ดูแรงจึงไม่ใช่สิ่งเดียวที่น่าพิจารณา ยังมีคำถามว่าอยากให้เด็คเดินไปในทิศทางไหน

จุดพักแรมคือการเลือกระหว่างตอนนี้กับระยะยาว

นอกจากการต่อสู้ การวางเส้นทางใน Slay the Spire ยังผูกกับการตัดสินใจที่จุดพักแรม ผู้เล่นเลือกระหว่างฟื้นพลังชีวิตกับอัปเกรดการ์ดอย่างถาวร ตามที่ PC Gamer อธิบายไว้ การฟื้นพลังตอบโจทย์การอยู่รอดในระยะใกล้ ส่วนการอัปเกรดเป็นการลงทุนกับเด็คสำหรับช่วงถัดไป จุดพักจึงมีเรื่องให้ชั่งใจ: จะประคองตัวเองในตอนนี้ หรือยอมสละโอกาสฟื้นพลังเพื่อพัฒนาการ์ดที่มีอยู่

Monster Train: ตั้งแนวรับบนสามชั้นก่อนศัตรูถึง Pyre

แทนที่จะมองแค่การรับมือศัตรูตรงหน้า Monster Train ให้คิดถึงสนามในแนวตั้งด้วย เกมมีสามชั้นสำหรับเรียกมอนสเตอร์ และมีห้อง Pyre อยู่ด้านบน ศัตรูเข้ามาจากชั้นล่าง ตัวที่ยังไม่ถูกกำจัดจะเดินขึ้นไปอีกชั้น ตามรายละเอียดในรีวิวของ PC Gamer การเลือกว่าจะวางยูนิตไว้ชั้นไหนจึงเป็นส่วนสำคัญของการรับมือศัตรูที่เคลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ

การ์ดยูนิตใช้เรียกตัวละครลงต่อสู้กับศัตรู ส่วนเวทเปิดทางให้จัดการสถานการณ์ด้วยวิธีอื่น ตัวอย่างจาก วิกิชุมชน Monster Train และ หน้ารวมเวท คือ Torch ซึ่งใช้สร้างความเสียหาย กับ March of Shields ที่ใช้ย้ายยูนิตไปด้านหน้าและเพิ่มเกราะ การลงยูนิตเพิ่มกับการใช้เวทจึงไม่ได้ทดแทนกันตรง ๆ ใบหนึ่งเพิ่มกำลังบนสนาม ขณะที่อีกใบอาจเปลี่ยนตำแหน่งและเสริมการป้องกันให้ยูนิตที่มีอยู่แล้ว

ระหว่างรัน ผู้เล่นสามารถเก็บการ์ดยูนิตเพิ่มหรืออัปเกรดการ์ดได้ และยังมีจุดสำหรับตัดการ์ดออกจากเด็คด้วย รีวิว PC Gamer ระบุด้วยว่าการทำสำเนาการ์ดจะคงอัปเกรดเดิมของการ์ดนั้นไว้ รายละเอียดนี้น่าสนใจตรงที่การ์ดต้นฉบับกับสำเนาไม่ได้ต่างกันเพราะอัปเกรดที่เคยใส่ไป การปรับเด็คจึงมีให้คิดทั้งการเพิ่มตัวเลือก เสริมการ์ดที่มี ทำสำเนาการ์ดที่อัปเกรดแล้ว หรือเอาบางใบออก ไม่ใช่สะสมการ์ดใหม่อย่างเดียว

Wildfrost: เมื่อหนึ่งเทิร์นเล่นการ์ดได้หนึ่งใบ

Wildfrost วางข้อจำกัดไว้ชัดเจน: เล่นการ์ดจากมือได้หนึ่งใบต่อเทิร์น คู่มือเริ่มต้นของ Wildfrost Wiki ยังแยกผลของการ์ดแต่ละประเภทไว้ด้วย เมื่อเล่น Companion หรือ Clunker แล้ว การ์ดเหล่านั้นจะอยู่ในสนาม ส่วน Item ใช้แล้วจะถูกส่งเข้ากองทิ้ง

เมื่อเลือกได้เพียงหนึ่งใบ คำถามจึงไม่ใช่แค่อยากใช้การ์ดอะไร แต่รวมถึงอยากให้การเล่นครั้งนี้ทำอะไรกับสนามด้วย จะนำ Companion หรือ Clunker ลงไปอยู่ในสนาม หรือเลือกใช้ Item ก่อน ความต่างระหว่างการ์ดที่คงอยู่กับการ์ดที่ใช้แล้วเข้ากองทิ้งทำให้สองทางเลือกนี้มีน้ำหนักคนละแบบ แม้ทั้งคู่จะใช้โอกาสเล่นการ์ดของเทิร์นนั้นเหมือนกัน

เสน่ห์ของโครงสร้างแบบนี้อยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญ การมีหลายใบที่อยากเล่นไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้พร้อมกัน ผู้เล่นต้องเลือกว่าจะทำอะไรก่อน และยอมเก็บอะไรไว้ทีหลัง

สามเกม สามจุดที่ต้องคิดก่อนเลือกการ์ด

ความต่างของทั้งสามเกมไม่ได้อยู่แค่ว่ามีการ์ดประเภทไหน แต่อยู่ที่ผู้เล่นต้องมองอะไรเป็นหลักขณะตัดสินใจ

  • Slay the Spire: อ่านเจตนาของศัตรูแล้วชั่งน้ำหนักว่าจะโจมตีหรือบล็อก ระหว่างทางยังต้องเลือกรับการ์ดหลังชนะ และวางเส้นทางโดยคำนึงถึงการฟื้นพลังหรืออัปเกรดการ์ดอย่างถาวรที่จุดพักแรม
  • Monster Train: มองสนามสามชั้นควบคู่กับการเคลื่อนขึ้นของศัตรู จัดยูนิตรับมือ และใช้เวทตามสถานการณ์ เช่น สร้างความเสียหาย หรือย้ายยูนิตไปด้านหน้าพร้อมเพิ่มเกราะ โดยมีการเพิ่ม อัปเกรด ตัด และทำสำเนาการ์ดเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเด็ค
  • Wildfrost: จัดลำดับการเล่นภายใต้ข้อจำกัดหนึ่งใบต่อเทิร์น โดยคำนึงว่า Companion และ Clunker จะคงอยู่ในสนาม ส่วน Item ใช้แล้วจะถูกส่งเข้ากองทิ้ง

ถ้ากำลังเลือกว่าจะเริ่มเกมไหน ลองมองจากโจทย์ที่อยากนั่งคิดมากกว่าดูแค่หน้าตาการ์ด การอ่านท่าศัตรู การจัดกำลังบนสนามหลายชั้น และการเลือกทำทีละอย่าง ให้จังหวะการวางแผนคนละแบบ นี่คือความน่าสนใจของสามเกมนี้: ใช้การ์ดเหมือนกัน แต่ชวนให้คิดก่อนลงการ์ดด้วยเหตุผลที่ต่างกัน